top of page
robina-weermeijer-3KGF9R_0oHs-unsplash.jpg

EF คืออะไร

EF หรือทักษะสมอง EF คือ กระบวนการขั้นสูงของสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) ที่เกี่ยวกับการจัดการความคิด อารมณ์และการกระทำที่ทำให้บุคคลสามารถเรียนรู้ ปรับตัวและกำกับตนเองจนบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จ

ทักษะสมอง EF สำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเด็ก

สมองมนุษย์มีการพัฒนาเร็วที่สุดในช่วง 3-6 ปีแรกของชีวิต ดังนั้นในช่วยปฐมวัยจึงเป็นช่วงวัยที่จะพัฒนาทักษะสมองEF ได้ดีที่สุด สำหรับในช่วงวัยอื่นๆทักษะสมองEF แม้จะยังพัฒนาได้ เมื่อสมองส่วนหน้าเติบโตเต็มที่แล้วอัตราการเติบโตของทักษะสมองEF ก็จะลดลงเล็กน้อย

ดังนั้นในช่วงปฐมวัยหรือ 3-6 ปี จึงเป็นช่วงเวลาโอกาสทองที่ผู้ใหญ่จะต้องช่วยกันพัฒนาทักษะสมองEF ให้เด็กๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเด็กเองและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

เพราะทักษะสมองEF จะทำให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น ปรับตัวได้และประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องกิจวัตรประจำวันส่วนตัวและเรื่องการเรียน

 เมื่อเด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ทักษะสมองEF จะช่วยกำกับให้เขาดูแลตัวเองได้ เอาตัวรอดจากสถานการณ์ยากลำบากได้ สามารถตั้งเป้าหมาย จดจ่อ วางแผนจัดระบบ คิดยืดหยุ่นพลิกแพลงเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ไม่ยึดติดตายตัว มีความอดทนและพยายาม เมื่อเจอปัญหาและอุปสรรคๆต่างๆก็ยืนหยัดต่อสู้ ล้มแล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ ทำต่อจนจบโดยไม่เปลี่ยนเป้าหมาย นอกจากนี้ทักษะสมองEF ยังช่วยในการกำกับอารมณ์ ทำให้ชะลอเวลาและยั้งคิดไตร่ตรองจนทำให้ทำงานจนสำเร็จได้ตามแผน

ทักษะสมอง EFมีองค์ประกอบ 9 ด้าน

images-removebg-preview (2).png
images-removebg-preview (3).png
images-removebg-preview (4).png

1.ความจำใช้งาน (Working Memory)

ความจำที่มีการจัดระบบและเรียกข้อมูลกลับมาเพื่อใช้ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ไม่ใช่การท่องจำ ช่วยให้เราจำและเชื่อมโยงข้อมูลจากข้อมูลเดิมไปยังข้อมูลใหม่ จำสิ่งที่เคยทำผิดพลาดได้และไม่ทำผิดซ้า ความจำใช้งานต้องอาศัยการจดจ่อใส่ใจ

2. จดจ่อใส่ใจ (Focus หรือ Attention)

ความสามารถในการจดจ่อในสิ่งที่กำลังทำในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องพอสมควร ไม่วอกแวกกระสับกระส่าย ไม่หันเหไปตามสิ่งอื่นที่มายั่วยุเร้าความสนใจ

3. การควบคุมอารมณ์ (Emotional control)

ความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม บอกได้ว่าตนเองรู้สึกอย่างไรและรู้วิธีจัดการกับความรู้สึกนั้น เมื่อโกรธ ผิดหวัง เสียใจ ใช้เวลาไม่นานในการคืนอารมณ์สู่ภาวะปกติ ไม่หุนหันพลันแล่นโต้ตอบกลับทันทีโดยไม่คิด

stop-sign-with-black-icon-free-png-removebg-preview.png
rocket-icon-simple-rocket-sign-rocket-launched-icon-vector-removebg-preview.png

4. การยืดหยุ่นของความคิด (Shift/Cognitive flexibility)

ความสามารถในการเปลี่ยนมุมมองความคิด คิดนอกกรอบ ไม่ยึดติดกับความคิดและการทำวิธีเดิมๆ แก้ปัญหาด้วยวิธีที่หลากหลาย เปลี่ยนความสนใจจดจ่อจากกิจกรรมหนึ่งไปยังอีกกิจกรรมหนึ่งได้อย่างอิสระ

5. การยับยั้งชั่งใจ คิดไตร่ตรอง(Inhibit)

ความสามารถในการคิดอย่างรอบคอบก่อนลงมือกระทำ การยืดเวลาการตอบสนอง การหลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำโดยไม่คิด หยุดแสดง พฤติกรรมด้านลบในเวลาที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง ยังยั้งเพื่อเอาชนะความอยากจากภายในหรือเอาชนะสิ่งล่อใจจากภายนอกเป้าหมายเพื่อเลือกทำสิ่งที่จำเป็นและสำคัญต่อความสำเร็จ

6.การเริ่มต้นลงมือทำ (Initiation)

ความสามารถในการคิดเริ่มต้นงานด้วยตนเอง เพื่อให้งานสำเร็จบรรลุผลตามเป้าหมายแสดงพฤติกรรมโดยเริ่มต้นทำงานด้วยตนเองโดยไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

istockphoto-1466294460-612x612-removebg-preview.png
images-removebg-preview (5).png
images-removebg-preview (6).png

7. การวางแผนจัดระบบ(Plan/organize)

กำหนดเป้าหมาย จัดลำดับความสำคัญของงาน มองภาพรวมของงานโดยไม่ติดอยู่กับรายละเอียดปลีกย่อยจนทำให้งานไม่สำเร็จ การจัดการของใช้ส่วนตัว บริเวณที่ทำงาน บริเวณที่เล่นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

8. การติดตามสังเกตและประเมินตนเอง (Self monitoring)

ความสามารถในการเฝ้าติดตามดูและสะท้อนผลจากการกระทำของตน การพิจารณาถึงพฤติกรรมหรือการกระทำของตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ได้กระทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และไม่มีผลกระทบด้านลบต่อผู้อื่น

9.งานสำเร็จ(Task complete)

ความสามารถในการมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายความสำเร็จด้วยความพากเพียร ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

bottom of page