การสแกนนิ้วเพื่อค้นหาศักยภาพ

ภาพรวมของศาสตร์การวิเคราะห์ลายผิวบนนิ้วมือ(Dermatoglyphics Analysis)

การสแกนนิ้วเพื่อค้นหาศักยภาพ

คำว่า “Dermatoglyphics” รากศัพท์มาจากภาษากรีก2คำคือ"derma"แปลว่า ผิวหนัง(skin)และ glyph ที่แปลว่า การแกะสลัก (carving) ซึ่งหมายถึงลายเส้นของผิว (Ridges) เป็นคำที่ ดร.แฮโรลด์ คัมมินส์ (Dr. Harold Cummins) ได้นิยามขึ้นใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1926 ในบทความของวารสารของสมาคมกายวิภาคและมนุษยวิทยาอเมริกัน(American Journal of Physical Anthropology) เพื่อใช้เรียกแขนงวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับเส้นลายผิวที่อยู่บนนิ้วมือ ฝ่ามือ นิ้วเท้า และฝ่าเท้า และคำนี้ได้ถูกนำมาใช้เรียกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในปัจจุบันDermatoglyphics Analysis ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการค้นหาและวิเคราะห์ศักยภาพบุคคล มีการนำแนวคิดทฤษฎีอื่นๆเป็นข้อมูลอ้างอิง ได้แก่ ทฤษฎีสมองสองซีกและทฤษฎีพหุปัญญา โดยสร้างเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ผลออกเป็นรายงาน

สำหรับประเทศไทย มีการนำการสแกนลายนิ้วมือเข้ามาใช้เมื่อประมาณ30ปีที่แล้วและได้แพร่หลายมากขึ้นในช่วงประมาณ20ปีที่ผ่านมา ในปัจจุบันมีบริษัทที่รับบริการสแกนลายนิ้วมือเพื่อค้นหาศักยภาพประมาณ10บริษัท โดยทั่วไปผลการวิเคราะห์ของแต่ละบริษัทจะแปรผลจากองค์ความรู้ที่ใกล้เคียงกันมาก มีความแตกต่างกันเพียงรูปเล่มของรายงาน กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน และรูปแบบของการวิเคราะห์ผล

นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ นั่นคือบุคลิกภาพ พื้นฐานความรู้เดิม และประสบการณ์ของตัวนักวิเคราะห์ ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อผลการวิเคราะห์ทั้งในเรื่องการตีความผลวิเคราะห์ การให้ความเห็นส่วนตัวและการให้คำแนะนำเรื่องการส่งเสริมศักยภาพและแนวทางในการเลี้ยงดูเด็ก